จัดทริปส่วนตัวให้ครอบครัว เริ่มจากตอบ 7 คำถามนี้ก่อนขอใบเสนอราคา

ก่อนขอใบเสนอราคาส่วนตัว ตอบ 7 ข้อนี้ให้ครบ พร้อมเหตุผลที่ต้องรู้และวิธีตัดสินใจเมื่อยังไม่แน่ใจ

ทัวร์แบบส่วนตัว7 พฤศจิกายน 2569อ่าน 14 นาที
จัดทริปส่วนตัวให้ครอบครัว เริ่มจากตอบ 7 คำถามนี้ก่อนขอใบเสนอราคา

จัดทริปส่วนตัวเริ่มยังไง คำตอบคือเริ่มจากข้อมูลเจ็ดข้อที่ทีมจัดทริปต้องใช้ก่อนออกแบบโปรแกรม ได้แก่ วันเดินทางและจำนวนคืน จำนวนผู้เดินทางพร้อมอายุเด็ก คาร์ซีท ตั๋วเครื่องบิน รูปแบบการดูแล หัวหน้าทัวร์จากไทย และโรงแรมกับจำนวนห้อง ทั้งเจ็ดข้อตรงกับสิ่งที่แบบฟอร์มขอใบเสนอราคาของเราถามจริง บทความนี้อธิบายทีละข้อว่าทำไมต้องรู้ และตัดสินใจอย่างไรเมื่อยังไม่แน่ใจ

ก่อนตอบเจ็ดข้อ ควรมีอะไรอยู่ในมือ

ข้อมูลที่ต้องมีก่อนเริ่มมีเพียงสองอย่าง อย่างแรกคือจุดหมายหรือเมืองที่สนใจ ซึ่งไม่จำเป็นต้องแน่นอน การบอกว่า “สนใจโตเกียวกับสวนสนุก” หรือ “อยากไปเกาหลีหน้าหนาว” เพียงพอให้ทีมเริ่มเสนอเส้นทางได้ อย่างที่สองคือผู้ที่เป็นตัวแทนตัดสินใจของกลุ่ม ในครอบครัวหลายรุ่นหรือหลายครอบครัว การมีคนคนเดียวรวบรวมความเห็นก่อนตอบ ช่วยให้ข้อมูลที่ส่งไปไม่ขัดกันเอง

จัดทริปส่วนตัวเริ่มยังไง เรียงตามเจ็ดคำถาม

คำถามที่ 1 เดินทางวันไหน และกี่คืน

วันเดินทางกำหนดทุกอย่างที่ตามมา ทั้งเที่ยวบินที่มีให้เลือก ที่พักที่ว่าง และสภาพอากาศที่ต้องเตรียมตัว ส่วนจำนวนคืนกำหนดจำนวนเมืองที่ใส่ได้ ทุกครั้งที่ย้ายโรงแรมต้องเสียเวลาบางส่วนของวันไปกับการเก็บของ เดินทาง และเช็กอิน ครอบครัวที่มีเด็กเล็กจึงควรย้ายโรงแรมให้น้อยครั้ง

ถ้ายังไม่แน่ใจ ให้ส่งเป็นช่วง ไม่ต้องส่งวันเดียว เช่น “ช่วงปิดเทอมกลางปี ประมาณเจ็ดถึงสิบคืน” ทีมจะดูว่าวันไหนในช่วงนั้นมีตัวเลือกเที่ยวบินและที่พักเหมาะกว่ากัน

คำถามที่ 2 ผู้ใหญ่กี่คน เด็กกี่คน และเด็กแต่ละคนอายุเท่าไร

จำนวนคนบอกขนาดรถและจำนวนที่นั่ง แต่อายุของเด็กแต่ละคนสำคัญกว่าที่หลายครอบครัวคิด เพราะอายุกำหนดสี่เรื่องพร้อมกัน เรื่องแรกคือระยะที่เด็กเดินได้ต่อเนื่องก่อนต้องพัก เรื่องที่สองคือช่วงงีบกลางวัน เรื่องที่สามคือเกณฑ์ของสถานที่ท่องเที่ยว เช่น เครื่องเล่นในสวนสนุกที่กำหนดส่วนสูงหรืออายุขั้นต่ำ ซึ่งแต่ละแห่งกำหนดต่างกัน และเรื่องที่สี่คือประเภทตั๋วเครื่องบิน เพราะสายการบินแยกทารกออกจากเด็ก และอายุที่ใช้แบ่งอาจต่างกันตามสายการบิน

เหตุที่แบบฟอร์มถามอายุเด็ก “แต่ละคน” แทนที่จะถามเพียงจำนวนเด็ก ก็เพราะเด็กสามขวบกับเด็กเก้าขวบต้องการโปรแกรมต่างกันมาก แม้จะอยู่ในกลุ่มเดียวกัน ถ้าวันเกิดของเด็กอยู่ใกล้วันเดินทาง ให้แจ้งเดือนเกิดไว้ด้วย เพราะบางสายการบินนับอายุตามวันที่เดินทางจริง เด็กที่อายุครบสองขวบระหว่างทริปอาจเปลี่ยนเป็นผู้โดยสารคนละประเภทกับตอนจอง ควรสอบถามเงื่อนไขของสายการบินที่จะใช้

สำหรับผู้ใหญ่ แบบฟอร์มถามเพียงจำนวน แต่ถ้ามีผู้สูงอายุหรือสมาชิกที่เดินระยะไกลไม่ได้ ให้เขียนในช่องหมายเหตุ ข้อมูลนี้ส่งผลต่อการเลือกโรงแรม รูปแบบรถ และจำนวนก้าวต่อวัน

คำถามที่ 3 ต้องใช้คาร์ซีทหรือไม่

กฎเรื่องที่นั่งนิรภัยสำหรับเด็กในรถต่างกันตามประเทศ ทั้งเกณฑ์อายุ ส่วนสูง และน้ำหนัก เด็กที่ต้องใช้ในประเทศหนึ่งอาจไม่ต้องใช้ในอีกประเทศหนึ่ง และผู้จัดทริปต้องรู้ล่วงหน้าเพื่อจัดรถที่มีที่ยึดคาร์ซีท หรือจัดหาที่นั่งเสริมให้ทันก่อนวันเดินทาง รายละเอียดเรื่องเกณฑ์ของแต่ละประเทศอ่านได้ในบทความ คาร์ซีทเด็กต่างประเทศ ผู้ปกครองควรรู้อะไร

ถ้ายังไม่แน่ใจว่าเด็กต้องใช้หรือไม่ ให้ตอบว่าต้องการ แล้วระบุอายุ ส่วนสูง และน้ำหนักล่าสุดของเด็กในช่องหมายเหตุ ข้อมูลนี้ช่วยให้ผู้จัดทริปพิจารณาร่วมกับกฎของประเทศปลายทางได้ การตอบว่าต้องการไว้ก่อนแล้วยกเลิกภายหลัง ปลอดภัยกว่าการตอบว่าไม่ต้องการแล้วต้องหาเพิ่ม

คำถามที่ 4 ซื้อตั๋วเครื่องบินแล้วหรือยัง และต้องการเที่ยวบินแบบใด

เวลาที่เครื่องลงและเวลาที่เครื่องออกกำหนดวันแรกและวันสุดท้ายของโปรแกรมโดยตรง เที่ยวบินที่ลงถึงเมืองปลายทางตอนเที่ยงคืนทำให้วันแรกไม่มีโปรแกรมท่องเที่ยว และเที่ยวบินขากลับที่ออกตอนเช้ามืดทำให้เด็กต้องตื่นก่อนตีสาม แบบฟอร์มจึงถามก่อนว่ามีตั๋วแล้วหรือยัง เพื่อรู้ว่าต้องออกแบบโปรแกรมรอบเที่ยวบินที่มีอยู่ หรือเลือกเที่ยวบินให้เข้ากับโปรแกรม

ถ้ามีตั๋วแล้ว ให้ส่งรายละเอียดเที่ยวบินขาไปและขากลับ ทั้งหมายเลขเที่ยวบินและวัน แบบฟอร์มรับทั้งภาพตั๋วและการกรอกข้อมูลเอง ถ้ายังไม่มี แบบฟอร์มให้ระบุช่วงเวลาที่ต้องการ (เช้า บ่าย หรือดึก) สายการบินที่ชอบ และต้องการเฉพาะเที่ยวบินตรงหรือไม่ ข้อแนะนำสำหรับผู้ที่มีเด็กวัยก่อนเข้าเรียน คือเที่ยวบินตรงและเวลาออกเดินทางที่ไม่ใกล้รุ่งเช้า ลดจำนวนครั้งที่เด็กต้องตื่นกลางดึกและลดความเสี่ยงของการต่อเครื่อง

คำถามที่ 5 ต้องการรูปแบบการดูแลแบบใด

แบบฟอร์มมีให้เลือกสองรูปแบบ รูปแบบแรกคือไกด์ขับรถนำเที่ยว ผู้ดูแลหนึ่งคนขับรถและนำเที่ยวเอง รูปแบบที่สองคือรถพร้อมคนขับและไกด์ แยกสองคน เหตุผลที่ต้องถามคือสองรูปแบบนี้เปลี่ยนวิธีที่ทั้งวันดำเนินไป ถ้าผู้ดูแลเป็นคนเดียว ไกด์ต้องขับรถทุกช่วงเคลื่อนย้าย การอธิบายและการช่วยเด็กเกิดตอนรถจอด ถ้าแยกสองคน ไกด์มีเวลาช่วยดูแลสมาชิกในกลุ่มระหว่างทาง

หลักตัดสินใจที่ใช้ได้ คือถ้ากลุ่มมีไม่เกินห้าถึงหกคนและผู้ใหญ่ดูแลเด็กได้เองคล่อง รูปแบบไกด์ขับรถเพียงพอ ถ้ากลุ่มมีผู้สูงอายุที่ต้องการความช่วยเหลือในการขึ้นลงรถ มีเด็กเล็กหลายคน หรือมีสมาชิกมากจนต้องใช้รถใหญ่ รูปแบบรถพร้อมคนขับและไกด์เหมาะกว่า ตัวเลขห้าถึงหกคนเป็นแนวทางทั่วไป ไม่ใช่เกณฑ์กำหนดของบริษัทใด ขนาดรถจริงขึ้นกับจำนวนสัมภาระและข้อกำหนดของประเทศนั้น

คำถามที่ 6 ต้องการให้ไกด์หรือหัวหน้าทัวร์เดินทางไปจากไทยด้วยหรือไม่

ข้อนี้แยกจากรูปแบบการดูแลในข้อ 5 เพราะเป็นคนละหน้าที่ รูปแบบการดูแลคือผู้ที่อยู่ในประเทศปลายทาง ส่วนหัวหน้าทัวร์จากไทยเดินทางไปพร้อมกลุ่มตั้งแต่สนามบินต้นทาง ช่วยเรื่องการเช็กอิน การผ่านด่าน การสื่อสารเป็นภาษาไทย และเป็นผู้ประสานงานกับทีมในประเทศปลายทาง

ครอบครัวที่เดินทางต่างประเทศเป็นประจำและจัดการเองได้คล่องอาจเลือกไม่ให้ไปด้วย ส่วนกลุ่มที่มีผู้สูงอายุที่สื่อสารภาษาต่างประเทศไม่ได้ กลุ่มที่เพิ่งพาเด็กเล็กไปต่างประเทศครั้งแรก หรือกลุ่มใหญ่ที่มีหลายครอบครัว มักเลือกให้ไปด้วย ถ้ายังลังเล ลองถามตนเองว่า ถ้าเที่ยวบินเลื่อนกลางดึกที่สนามบินปลายทาง ใครในกลุ่มจะเป็นผู้ติดต่อสายการบินและโรงแรมแทนทุกคน ถ้าคำตอบคือไม่มีใคร การให้มีหัวหน้าทัวร์ไปด้วยน่าจะเหมาะกว่า

คำถามที่ 7 ต้องการโรงแรมระดับใด และกี่ห้อง

แบบฟอร์มแบ่งระดับโรงแรมเป็นสามดาว สี่ดาว และห้าดาว และถามจำนวนห้อง ระดับดาวบอกมาตรฐานโดยรวมของโรงแรมแต่ไม่บอกขนาดห้องโดยตรง เพราะขนาดห้องของโรงแรมระดับเดียวกันต่างกันตามเมืองและประเทศ ครอบครัวที่ไปกับเด็กจึงควรให้ความสำคัญกับสองเรื่องที่ดาวไม่ได้บอก คือทำเลและรูปแบบห้อง

ทำเลสำคัญเพราะเด็กเล็กต้องการกลับไปพักที่ห้องระหว่างวัน โรงแรมที่ใกล้สถานีรถไฟหรือจุดท่องเที่ยวหลักช่วยให้การพักกลางวันเป็นไปได้จริง ส่วนจำนวนห้องควรคิดจากการนอนจริง เด็กอายุเท่าไรที่ยังนอนกับพ่อแม่ได้ ผู้สูงอายุควรได้ห้องแยกหรือไม่ และกลุ่มจะนอนรวมห้องกันกี่คนต่อห้อง เงื่อนไขเรื่องเตียงเสริมและจำนวนผู้เข้าพักต่อห้องของแต่ละโรงแรมต่างกัน จึงควรให้ผู้จัดทริปตรวจก่อนยืนยัน

ถ้ายังไม่แน่ใจ ให้บอกเงื่อนไขที่ขาดไม่ได้ในช่องหมายเหตุ เช่น ต้องมีลิฟต์ หรือต้องอยู่ใกล้สถานี

ถ้าตอบไม่ครบ ควรเริ่มส่งข้อมูลก่อนหรือไม่

ควรส่งทันที ข้อมูลที่ยังไม่ครบไม่ได้ทำให้การเริ่มต้นเสียหาย เพราะแบบฟอร์มและบทสนทนาแรกเป็นขั้นที่ทั้งสองฝ่ายคุยกันเพื่อเติมช่องว่าง ข้อ 1 และข้อ 2 ควรมีอย่างน้อยเป็นช่วงโดยประมาณ ส่วนข้อ 4 ถึง 7 เป็นเรื่องที่ทีมอธิบายตัวเลือกให้ได้จากข้อมูลสองข้อแรก

ตัวอย่างสมมติ ครอบครัวสามรุ่นไปโซล

สมมติว่าครอบครัวหนึ่งมีสมาชิกเจ็ดคน ได้แก่ พ่อแม่ ปู่ย่าสองท่าน และเด็กสามคนอายุสามขวบ หกขวบ และเก้าขวบ อยากไปโซลกับสวนสนุกในช่วงปิดเทอม ตารางด้านล่างเป็นตัวอย่างการตอบเจ็ดข้อ ข้อมูลทั้งหมดเป็นสถานการณ์สมมติเพื่อแสดงวิธีคิด

ข้อคำตอบสมมติเหตุผลที่ตอบเช่นนี้
1 วันและจำนวนคืนช่วงปิดเทอม ประมาณห้าคืนห้าคืนพอสำหรับเมืองเดียวกับสวนสนุกหนึ่งแห่งโดยไม่ต้องย้ายโรงแรมบ่อย
2 ผู้เดินทางผู้ใหญ่สี่คน เด็กสามคน อายุ 3, 6 และ 9 ปี ปู่ย่าเดินระยะไกลได้จำกัดเด็กสามขวบต้องมีช่วงงีบ ปู่ย่าต้องการจุดพักระหว่างทาง
3 คาร์ซีทต้องการ สำหรับเด็กสามขวบ และแจ้งส่วนสูงของเด็กหกขวบเพื่อให้ประเมินเด็กสามขวบมีแนวโน้มต้องใช้ ส่วนเด็กหกขวบขึ้นกับเกณฑ์ของประเทศปลายทาง
4 ตั๋วเครื่องบินยังไม่ซื้อ ต้องการเที่ยวบินตรง ช่วงสายถึงบ่ายเลี่ยงการตื่นกลางดึกของเด็กและการต่อเครื่องกับผู้สูงอายุ
5 รูปแบบการดูแลรถพร้อมคนขับและไกด์กลุ่มเจ็ดคนมีผู้สูงอายุและเด็กเล็ก ต้องการผู้ช่วยดูแลระหว่างขึ้นลงรถ
6 หัวหน้าทัวร์จากไทยต้องการผู้สูงอายุไม่สะดวกสื่อสารภาษาต่างประเทศ
7 โรงแรมและห้องสี่ดาว สามห้อง ใกล้สถานีรถไฟใต้ดินปู่ย่าหนึ่งห้อง แม่กับเด็กสามขวบหนึ่งห้อง และพ่อกับเด็กโตสองคนอีกหนึ่งห้อง

ข้อมูลชุดนี้พอให้ทีมออกแบบโปรแกรมรอบแรกได้ หากต้องการดูตัวอย่างโปรแกรมรายวันที่มีโซลและสวนสนุกอยู่ในเส้นทางเดียวกัน ดูได้ที่ ทริปตัวอย่างโซล เอเวอร์แลนด์ เกาะนามิ สำหรับแนวคิดการออกแบบเส้นทางให้ทั้งผู้สูงอายุและเด็ก อ่านต่อได้ที่ ทริปครอบครัวหลายรุ่น

หากพร้อมส่งข้อมูล ใช้แบบฟอร์มของเราในหน้า ทริปส่วนตัว ได้ทันที We Go Round Travel เป็นบริษัททัวร์ที่เน้นครอบครัวและเด็ก ใบอนุญาตนำเที่ยว TAT No. 11/10587 ติดต่อได้ที่ LINE @wegoroundtravel โทร 094 492 9264 หรืออีเมล we@wegoroundtravel.com

คำถามที่พบบ่อย

ต้องรู้จุดหมายแน่นอนก่อนจึงจะเริ่มจัดทริปส่วนตัวได้หรือไม่

ไม่จำเป็น บอกเพียงประเทศ ลักษณะทริปที่ต้องการ หรือสิ่งที่สมาชิกสนใจ เช่น สวนสนุก หิมะ หรือเมืองเก่า ทีมจะเสนอเส้นทางที่เป็นไปได้ให้เลือกจากข้อมูลนั้น

ถ้าสมาชิกในกลุ่มความเห็นไม่ตรงกัน ควรทำอย่างไร

ให้ส่งข้อมูลที่ตรงกันแล้วก่อน เช่น วันเดินทางและจำนวนคน แล้วบอกจุดที่ยังเห็นต่างให้ชัดเจน เช่น “ผู้ใหญ่สองคนอยากพักในเมือง อีกสองคนอยากพักใกล้สวนสนุก” ทีมจัดทริปสามารถเสนอสองทางเลือกให้ตัดสินใจร่วมกัน ซึ่งง่ายกว่าให้กลุ่มตกลงกันก่อนส่งข้อมูล

ตั๋วเครื่องบินควรซื้อก่อนหรือหลังได้โปรแกรม

ทั้งสองทางทำได้ ถ้าซื้อก่อน ทีมจะออกแบบโปรแกรมตามเวลาเที่ยวบิน ถ้ายังไม่ซื้อ ทีมออกแบบโปรแกรมและเลือกเที่ยวบินควบคู่กันได้ วิธีที่สองให้ความยืดหยุ่นกว่าในเรื่องวันแรกและวันสุดท้ายของทริป

เด็กอายุต่ำกว่าสองขวบนับเป็นผู้เดินทางในแบบฟอร์มหรือไม่

ควรนับและระบุอายุเสมอ เพราะสายการบินและโรงแรมจัดประเภททารกกับเด็กโตต่างกัน ข้อมูลอายุที่ครบช่วยให้ผู้จัดทริปตรวจเงื่อนไขของที่นั่ง เตียง และคาร์ซีทได้ครบถ้วนตั้งแต่ต้น

Scroll to Top