เที่ยวญี่ปุ่นกับเด็กเล็ก จัดจังหวะวันอย่างไรให้ทุกคนไม่เหนื่อยเกินไป
จัดจังหวะวันเที่ยวญี่ปุ่นกับเด็กเล็กตามช่วงอายุ พร้อมตัวอย่างตารางหนึ่งวันและข้อมูลการเดินทางจากแหล่งทางการ

เที่ยวญี่ปุ่นกับเด็กเล็กให้ราบรื่น วิธีที่ใช้ได้จริงคือกำหนดกิจกรรมหลักวันละหนึ่งอย่าง วางช่วงพักกลางวันไว้ในตารางตั้งแต่ต้น และลดการย้ายที่พักให้เหลือเท่าที่จำเป็น เพราะความเหนื่อยของเด็กเล็กมักมาจากการรอ การเดินในสถานี และการเปลี่ยนที่มากกว่าตัวกิจกรรมเอง ทริปส่วนตัวช่วยให้ปรับจังหวะเหล่านี้ตามอายุและนิสัยของลูกแต่ละคนได้ โดยไม่ต้องเดินตามตารางของกรุ๊ปใหญ่
จังหวะวันแบบไหนที่เด็กเล็กรับไหว
ลองนึกถึงวันหนึ่งที่มีสถานที่เที่ยวสี่แห่ง ระหว่างแต่ละแห่งต้องเดินจากชานชาลาไปยังทางออก ต่อรถอีกสาย แล้วเดินต่ออีกสิบนาที สำหรับผู้ใหญ่คือวันที่เต็มแต่ไม่เกินกำลัง สำหรับเด็กวัยสามถึงห้าขวบ ส่วนที่ท้าทายคือช่วงระหว่างสถานที่ ไม่ใช่สถานที่ ความอดทนต่อการรอและการเดินของเด็กเล็กหมดเร็วกว่าผู้ใหญ่ และเมื่อหมดแล้ว การพยายามเดินต่อมักทำให้เสียเวลามากกว่าการหยุดพักตั้งแต่แรก
หลักจัดวันที่ใช้กับเด็กก่อนวัยเรียนและวัยประถมต้นมีสามข้อ
- วางกิจกรรมหลักไว้ในช่วงสายเพียงหนึ่งอย่าง เช่น สวนสัตว์ อควาเรียม หรือสวนสนุกครึ่งวัน แล้วให้ที่เหลือของวันเป็นกิจกรรมเบากว่า
- กันช่วงพักหลังมื้อกลางวันไว้หนึ่งถึงสองชั่วโมง จะเป็นการงีบบนรถเข็น บนรถ หรือที่ห้องพักก็ได้ เหตุผลคือเด็กที่ได้พักตอนบ่ายมักยังมีแรงเหลือสำหรับมื้อเย็น ส่วนเด็กที่ไม่ได้พักมักหมดความอดทนก่อนอาหารมื้อสุดท้ายของวัน
- เรียงเส้นทางไม่ให้ย้อน และเลี่ยงการเปลี่ยนที่พักทุกคืน การเก็บและแพ็กของกระเป๋าเด็กเล็กใช้เวลามากกว่าที่คิด สำหรับทริปเจ็ดคืนที่มีเด็กอายุต่ำกว่าหกขวบ การพักสองถึงสามแห่งเหมาะกว่าการย้ายทุกคืน
สิ่งที่ญี่ปุ่นมีให้ครอบครัวที่พาเด็กเล็กไปด้วย
องค์การส่งเสริมการท่องเที่ยวญี่ปุ่น (JNTO) รวบรวมข้อมูลที่เป็นประโยชน์กับผู้ปกครองไว้หลายข้อ ซึ่งนำมาใช้วางตารางวันได้โดยตรง
- ห้องดูแลเด็กอ่อน (nursing room) พบได้ในห้างสรรพสินค้า สถานีรถไฟ และศูนย์การค้า หลายแห่งมีน้ำร้อน ไมโครเวฟสำหรับอุ่นอาหารเด็ก และที่เปลี่ยนผ้าอ้อม
- สถานีขนาดใหญ่ส่วนมากมีลิฟต์ และชานชาลามีเครื่องหมายบอกตู้ที่เหมาะกับรถเข็นเด็ก
- สวนสนุก สวนสาธารณะขนาดใหญ่ พิพิธภัณฑ์ อควาเรียม และสนามบินหลายแห่งมีรถเข็นให้ยืมหรือเช่า
- ร้านอาหารครอบครัวมีเมนูสำหรับเด็ก และร้านสะดวกซื้อมีอาหารเด็กวางจำหน่ายอย่างแพร่หลาย
- ช่วงเร่งด่วนวันทำงานคือประมาณ 7 ถึง 10 โมงเช้า และ 5 ถึง 7 โมงเย็น JNTO แนะนำให้เลี่ยงการนั่งรถไฟช่วงนี้เมื่อมีรถเข็น
ข้อควรระวังคือพื้นที่นอกเมืองใหญ่ ซึ่งมีบันไดมากกว่าและมีที่สำหรับรถเข็นบนรถไฟน้อยกว่า JNTO เสนอให้ใช้เป้อุ้มเด็กหรือรถเข็นแบบพับได้ขนาดเล็กในกรณีนี้ ส่วนที่พักแบบเรียวกังมักปูฟูกบนเสื่อทาทามิให้ทั้งครอบครัว หากต้องการเตียงแบบตะวันตกหรือเตียงเด็กควรสอบถามล่วงหน้า เพราะไม่ใช่ทุกแห่งที่มี
เที่ยวญี่ปุ่นกับเด็กเล็กแต่ละช่วงอายุ
อายุไม่ใช่ตัวตัดสินทุกอย่าง เด็กสี่ขวบบางคนเดินได้ทั้งวัน เด็กแปดขวบบางคนต้องการช่วงนั่งพักบ่อย แต่ช่วงอายุบอกทิศทางการจัดตารางได้พอสมควร
ก่อนวัยเรียน (ประมาณ 2 ถึง 5 ปี)
ช่วงนี้ตารางหลักคือเวลางีบกับเวลากินของเด็ก ตารางที่ดีเรียงรอบสองสิ่งนี้ก่อน แล้วค่อยใส่สถานที่เที่ยวลงไป สถานที่ที่เหมาะคือแห่งที่มีพื้นที่ในร่มให้หลบ มีห้องน้ำและห้องดูแลเด็กใกล้ทางเข้า และไม่ต้องเดินเข้าไปไกล ตัวอย่างที่ JNTO แนะนำคือสวนสัตว์มารุยามะในซัปโปโร ซึ่งมีบ้านสัตว์ในร่มและพื้นที่พักที่มีเครื่องทำความร้อน ทำให้ดูสัตว์ต่อได้เมื่ออากาศหนาวเกินไป รถเข็นยังจำเป็นแม้เด็กเดินได้ เพราะเด็กวัยนี้มักเดินดีตอนเช้าแต่ต้องการที่นั่งตอนบ่าย
เรื่องส่วนสูงของเครื่องเล่นในสวนสนุก แต่ละแห่งกำหนดเกณฑ์ของตัวเอง และปรับได้ตามเครื่องเล่น ควรตรวจเกณฑ์กับเว็บทางการของสวนสนุกนั้นก่อนวางตารางว่าจะอยู่กี่ชั่วโมง
วัยประถม (ประมาณ 6 ถึง 11 ปี)
เด็กวัยนี้รับการเดินทางด้วยรถไฟครึ่งวันได้ และสนใจกิจกรรมที่ได้ทำมากกว่าดูอย่างเดียว วิธีที่ได้ผลคือให้เด็กเลือกสถานที่หนึ่งแห่งต่อวัน และให้ผู้ใหญ่เลือกอีกหนึ่งแห่ง ผลคือเด็กรู้สึกว่าทริปเป็นของตัวเองด้วย และผู้ใหญ่ยังได้ไปสถานที่ที่ตั้งใจ
วัยรุ่น (ประมาณ 12 ปีขึ้นไป)
วัยรุ่นรับตารางแบบผู้ใหญ่ได้ แต่ต้องการพื้นที่ตัดสินใจเอง การเริ่มวันสายกว่าเดิมเล็กน้อย การมีช่วงอิสระในย่านที่ผู้ปกครองเห็นว่าปลอดภัย และการให้เลือกร้านอาหารหรือสถานที่ซื้อของหนึ่งช่วงต่อวัน เป็นเครื่องมือที่ได้ผลกว่าการกำหนดทุกอย่างล่วงหน้า หากในครอบครัวมีทั้งวัยรุ่นและเด็กเล็ก ให้ใช้ช่วงบ่ายเป็นช่วงแยกชั่วคราว ผู้ใหญ่คนหนึ่งพาเด็กเล็กกลับไปพัก อีกคนไปกับวัยรุ่น แล้วนัดพบกันที่มื้อเย็น
ตัวอย่างจังหวะหนึ่งวันแบบสมมติ
สมมติว่าครอบครัวมีลูกอายุ 4 ปีและ 9 ปี พักที่โตเกียวสามคืนติดกัน ตารางวันที่สองอาจเป็นดังนี้
| ช่วงเวลา | กิจกรรม | เหตุผลที่จัดแบบนี้ |
|---|---|---|
| ประมาณ 08:30 | อาหารเช้าที่โรงแรม ออกเดินทางหลังเด็กตื่นเต็มที่ | ไม่ปลุกเด็กเพื่อไล่เวลา และเลี่ยงรถไฟช่วงเร่งด่วนเช้า |
| ประมาณ 10:00 | กิจกรรมหลักของวัน เช่น สวนสัตว์หรืออควาเรียมที่มีส่วนในร่ม | เป็นช่วงที่เด็กเล็กมีแรงมากที่สุดของวัน และสถานที่ยังไม่แออัด |
| ประมาณ 12:30 | มื้อกลางวันที่ร้านอาหารครอบครัว | มีเมนูเด็กและที่นั่งกว้าง ไม่ต้องรอนาน |
| ประมาณ 13:30 | พักที่ห้อง หรือให้ลูกคนเล็กงีบบนรถเข็นระหว่างเดินทางสั้น ๆ | ฟื้นแรงก่อนช่วงบ่าย และให้ลูกคนโตมีเวลาอ่านหรือเล่นเกมเงียบ ๆ |
| ประมาณ 15:30 | กิจกรรมเบา เช่น สวนสาธารณะ ร้านของเล่น หรือย่านช้อปปิ้งที่ลูกคนโตเลือก | เปิดโอกาสให้เด็กโตมีสิทธิ์เลือก โดยไม่ต้องใช้แรงเดินมาก |
| ประมาณ 17:30 | อาหารเย็นใกล้ที่พัก แล้วกลับห้อง | กลับก่อนความอดทนของเด็กเริ่มลดลง และยังเข้านอนตามเวลาปกติได้ |
วันนี้มีสถานที่เที่ยวเพียงสองแห่ง แต่ทั้งสองแห่งได้เวลาเต็มและไม่เร่ง วันแรกหลังลงเครื่องควรเบากว่านี้อีก เพราะเวลาที่ญี่ปุ่นเร็วกว่าไทย 2 ชั่วโมง ความต่างไม่มากพอทำให้เด็กเพลียจากเวลา แต่การนั่งเครื่องบินกว่าหกชั่วโมงและเที่ยวบินกลางคืนที่ถึงในตอนเช้า ทำให้เด็กหลายคนง่วงในช่วงบ่ายของวันแรก ควรให้วันแรกจบที่ห้องพักตั้งแต่ตอนเย็น
เที่ยวญี่ปุ่นกับเด็กเล็กช่วงไหนของปี
วันที่ซากุระบานและวันที่ใบไม้เปลี่ยนสีขึ้นกับสภาพอากาศแต่ละปี จึงไม่ควรยึดวันใดวันหนึ่งเป็นฐานของการวางแผน ให้ดูเป็นช่วงกว้างและติดตามพยากรณ์ใกล้วันเดินทาง ข้อมูลภาพรวมจาก JNTO และสำนักงานอุตุนิยมวิทยาญี่ปุ่น (JMA) มีดังนี้
| ช่วงเวลา | ลักษณะอากาศโดยประมาณ | ผลต่อการจัดวันกับเด็กเล็ก |
|---|---|---|
| ช่วงซากุระ (ปลายเดือนมีนาคมถึงต้นเดือนพฤษภาคมโดยรวมทั้งประเทศ ทางใต้ก่อน ทางเหนือและฮอกไกโดทีหลัง) | โตเกียวช่วงมีนาคมถึงเมษายนมีอุณหภูมิสูงสุดเฉลี่ยราว 14 ถึง 19 องศาเซลเซียส ต่ำสุดราว 4 ถึง 9 องศา และเปลี่ยนแปลงมากในช่วงสั้น ๆ | ใส่เสื้อหลายชั้นถอดง่าย ช่วงที่ดอกไม้บานเต็มที่สั้น ควรเผื่อวันสำรอง |
| ฤดูฝนและร้อน (ประมาณเดือนมิถุนายนถึงสิงหาคม) | JNTO ระบุว่าฤดูฝนสิ้นสุดในพื้นที่ส่วนมากภายในปลายเดือนกรกฎาคม โตเกียวมีสูงสุดเฉลี่ยราว 29 ถึง 31 องศา JMA รายงานว่าภาคตะวันตกของญี่ปุ่นมักถึง 35 องศาขึ้นไป | จัดกิจกรรมกลางแจ้งช่วงเช้า ช่วงบ่ายเลือกที่ในร่ม พกน้ำและร่ม |
| ฤดูใบไม้ร่วง (เดือนกันยายนถึงพฤศจิกายน) | JMA ระบุว่ากันยายนมีฝนจากแนวปะทะอากาศและพายุหมุนเขตร้อน ตุลาคมส่วนใหญ่แจ่มใสและแห้ง โตเกียวตุลาคมสูงสุดเฉลี่ยราว 22 องศา พฤศจิกายนราว 16 องศา | ตุลาคมเดินกลางแจ้งได้ต่อเนื่องกว่าเดือนอื่น วางเที่ยวสวนสนุกและสวนสัตว์ได้สะดวก |
| ฤดูหนาว (เดือนธันวาคมถึงกุมภาพันธ์) | โตเกียวสูงสุดเฉลี่ยราว 10 ถึง 12 องศา ต่ำสุดราว 1 ถึง 4 องศา ฝั่งแปซิฟิกส่วนมากแดดดี ส่วนฝั่งทะเลญี่ปุ่นและฮอกไกโดมีหิมะหนัก | ต้องมีชุดกันหนาวและแผนช่วงพักในร่ม ดูรายละเอียดเต็มได้ในบทความเที่ยวญี่ปุ่นหน้าหนาวกับเด็ก |
ตัวเลขอุณหภูมิเป็นค่าเฉลี่ยโดยประมาณ ไม่ใช่ค่าที่ใช้ตัดสินใจเรื่องเสื้อผ้าในวันเดินทางจริง
เดินทางในญี่ปุ่นกับเด็กเล็กและรถเข็น
ในเมืองใหญ่ รถไฟและรถบัสใช้กับรถเข็นได้ดี รถบัสในเมืองหลายสายเป็นแบบพื้นต่ำ ส่วนรถไฟระยะไกลมีที่นั่งที่เว้นพื้นที่ด้านท้ายตู้สำหรับรถเข็นหรือสัมภาระ ซึ่งต้องจองล่วงหน้า บางตู้มีห้องอเนกประสงค์สำหรับให้นมและเปลี่ยนผ้าอ้อม ห้องนี้มักล็อกไว้ ต้องขอให้เจ้าหน้าที่เปิดให้ ข้อกำหนดเรื่องที่นั่งและพื้นที่สัมภาระของผู้ให้บริการแต่ละรายเปลี่ยนได้ ควรตรวจกับผู้ให้บริการรถไฟสายที่จะใช้
สำหรับทริปที่ใช้รถประจำทริปตลอดเส้นทาง จำนวนครั้งที่ต้องลากรถเข็นขึ้นลงบันไดสถานีจะลดลงอย่างเห็นได้ชัด แต่การนั่งรถยนต์ในต่างประเทศมีเรื่องที่ผู้ปกครองต้องรู้เช่นกัน คือเกณฑ์การใช้ที่นั่งนิรภัยสำหรับเด็ก ญี่ปุ่นกำหนดให้เด็กอายุต่ำกว่า 6 ปีต้องใช้ที่นั่งนิรภัยเมื่อนั่งรถยนต์ รายละเอียดอยู่ในบทความเรื่อง ที่นั่งนิรภัยเด็กและการเดินทางทางรถในต่างประเทศ
ทริปส่วนตัวปรับจังหวะนี้ได้อย่างไร
บริษัท วี โก ราวด์ จำกัด เป็นบริษัททัวร์ที่เน้นครอบครัวและเด็ก ใบอนุญาตนำเที่ยว TAT No. 11/10587 บริการทริปส่วนตัวปรับสถานที่ วัน และโรงแรมให้ตรงกับครอบครัวได้ และมีรูปแบบการดูแลให้เลือกระหว่างไกด์ขับรถนำเที่ยวกับรถพร้อมคนขับและไกด์ หากอยากดูตัวอย่างการร้อยเรียงเส้นทางในญี่ปุ่น ดูได้ที่ทริปตัวอย่างโตเกียว ดิสนีย์แลนด์ และฟูจิ และบทความPrivate Tour ญี่ปุ่น ติดต่อได้ทาง LINE @wegoroundtravel โทร 094 492 9264 หรืออีเมล we@wegoroundtravel.com
คำถามที่พบบ่อย
ควรพาลูกไปญี่ปุ่นครั้งแรกตอนอายุเท่าไร
ไม่มีอายุขั้นต่ำที่ใช้ตัดสินได้ทุกครอบครัว ให้พิจารณาว่าลูกนั่งเครื่องบินกว่าหกชั่วโมงได้หรือไม่ เดินต่อเนื่องได้ราวหนึ่งชั่วโมงหรือไม่ และมีกิจวัตรการนอนที่ยืดหยุ่นพอสำหรับวันแรกที่เวลาเปลี่ยน ครอบครัวที่ลูกอายุต่ำกว่าสองขวบมักจัดทริปได้เมื่อเตรียมรถเข็นหรือเป้อุ้มและเลือกที่พักใกล้สถานี
ต้องเอารถเข็นไปจากไทยหรือไม่
ไม่จำเป็นเสมอไป JNTO ระบุว่าสวนสนุก พิพิธภัณฑ์ อควาเรียม สนามบิน และสถานีบางแห่งมีรถเข็นให้ยืมหรือเช่า และมีบริการเช่ารถเข็นระยะยาวสำหรับทริปที่ยาวกว่า หากเดินทางหลายเมือง รถเข็นแบบพับได้ขนาดเล็กของตัวเองใช้ได้ตั้งแต่สนามบินถึงที่พัก
ลูกเลือกกินและไม่คุ้นกับอาหารญี่ปุ่น ทำอย่างไร
ร้านอาหารครอบครัวตามเมืองใหญ่มีเมนูสำหรับเด็ก ร้านสะดวกซื้อขายอาหารเด็กและของว่าง เตรียมของว่างที่ลูกคุ้นเคยไปสำรองเล็กน้อยก็เพียงพอ
เด็กโตอยากเล่นเครื่องเล่นแต่เด็กเล็กยังตัวไม่ถึงเกณฑ์ ทำอย่างไร
เกณฑ์ส่วนสูงกำหนดตามเครื่องเล่นแต่ละรายการและเปลี่ยนได้ ควรตรวจกับเว็บทางการของสวนสนุกก่อนเดินทาง แล้ววางตารางให้ผู้ใหญ่คนหนึ่งอยู่กับเด็กเล็กในโซนที่ไม่มีข้อจำกัด อีกคนพาพี่ไปเล่นเครื่องเล่นที่ท้าทายกว่า แล้วสลับกันในช่วงบ่าย
บทความที่เกี่ยวข้อง



