เลือกบริษัททัวร์ส่วนตัวอย่างไร ตรวจอะไรบ้างก่อนตัดสินใจ

เช็กลิสต์เลือกบริษัททัวร์ส่วนตัวสำหรับครอบครัว ตั้งแต่ตรวจใบอนุญาตกับกรมการท่องเที่ยว จนถึงเอกสารก่อนเดินทาง

ทัวร์แบบส่วนตัว7 พฤศจิกายน 2569อ่าน 14 นาที
เลือกบริษัททัวร์ส่วนตัวอย่างไร ตรวจอะไรบ้างก่อนตัดสินใจ

เลือกบริษัททัวร์ส่วนตัวให้ได้บริษัทที่เหมาะกับครอบครัว ควรตรวจห้าเรื่องตามลำดับ คือ ใบอนุญาตนำเที่ยวที่ตรวจสอบกับหน่วยงานกำกับได้จริง โปรแกรมที่เขียนเป็นรายวันและระบุสิ่งที่รวมกับไม่รวมชัดเจน ผู้รับผิดชอบเมื่อแผนเปลี่ยน คนที่ดูแลกลุ่มที่ปลายทาง และเอกสารที่ได้รับก่อนออกเดินทาง บทความนี้อธิบายแต่ละเรื่องว่าตรวจอะไร ตรวจอย่างไร และสัญญาณใดที่ควรสอบถามเพิ่ม

เลือกบริษัททัวร์ส่วนตัวต้องตรวจอะไรบ้าง

ทัวร์ส่วนตัวต่างจากทัวร์กรุ๊ปตรงที่โปรแกรมไม่ได้เขียนไว้ก่อน ผู้เดินทางจึงไม่มีตารางสำเร็จรูปให้เทียบ สิ่งที่ผู้เดินทางมีสำหรับตัดสินใจคือสิ่งที่บริษัทแสดงให้เห็น ได้แก่ เอกสาร การตอบคำถาม และวิธีที่บริษัทรับมือกับโจทย์ของกลุ่มคุณ การเลือกจึงควรตั้งบนสิ่งที่ตรวจได้ ไม่ใช่ความประทับใจจากข้อความโฆษณา

เช็กลิสต์ในบทความนี้ใช้ได้กับทุกบริษัทและทุกจุดหมาย หากต้องการความเข้าใจพื้นฐานของทัวร์ส่วนตัวก่อน อ่านที่ ทัวร์ส่วนตัวคืออะไร เหมาะกับครอบครัวแบบไหน

ข้อที่ 1 ตรวจใบอนุญาตนำเที่ยวกับหน่วยงานกำกับ

ในประเทศไทย ผู้ประกอบธุรกิจนำเที่ยวต้องได้รับใบอนุญาตตามพระราชบัญญัติธุรกิจนำเที่ยวและมัคคุเทศก์ พ.ศ. 2551 หน่วยงานที่ดูแลเรื่องนี้คือกรมการท่องเที่ยว กระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา การมีใบอนุญาตเป็นเงื่อนไขขั้นต่ำที่บอกว่าบริษัทได้รับอนุญาตให้ประกอบธุรกิจนี้ตามกฎหมาย ไม่ได้บอกว่าบริษัทเหมาะกับกลุ่มคุณหรือจัดทริปได้ดี แต่ถ้าข้อนี้ไม่ผ่าน ข้ออื่นไม่ต้องพิจารณาต่อ

วิธีตรวจที่ทำได้ด้วยตนเอง

  1. ขอเลขที่ใบอนุญาตนำเที่ยวและชื่อนิติบุคคลที่ระบุในใบอนุญาตจากบริษัท บริษัทที่ได้รับอนุญาตแจ้งข้อมูลนี้ได้ และหลายบริษัทแสดงไว้บนเว็บไซต์หรือในเอกสารอยู่แล้ว
  2. เข้าเว็บไซต์ของกรมการท่องเที่ยว (dot.go.th) ซึ่งมีบริการออนไลน์ชื่อ “ตรวจสอบใบอนุญาตธุรกิจนำเที่ยว มัคคุเทศก์ และผู้นำเที่ยว” ในส่วนบริการอิเล็กทรอนิกส์ของเว็บไซต์ แล้วทำตามคำแนะนำในหน้านั้น
  3. เทียบชื่อและสถานะที่ระบบแสดงกับข้อมูลที่บริษัทแจ้ง ชื่อนิติบุคคลในใบอนุญาตควรเป็นชื่อเดียวกับชื่อในเอกสารยืนยันการจองที่คุณได้รับ
  4. หากค้นไม่พบ หรือข้อมูลไม่ตรงกัน ให้สอบถามบริษัทถึงที่มาของความต่างนั้นก่อน และสอบถามกรมการท่องเที่ยวโดยตรงเพื่อยืนยันอีกครั้ง

รูปแบบหน้าจอและช่องค้นหาของบริการออนไลน์อาจเปลี่ยนเมื่อมีการปรับปรุงเว็บไซต์ จึงไม่ระบุขั้นตอนการกรอกข้อมูลละเอียดไว้ในที่นี้ ให้ยึดคำแนะนำในหน้าบริการของกรมการท่องเที่ยวเป็นหลัก เมนูเดียวกันนี้ยังครอบคลุมการตรวจมัคคุเทศก์และผู้นำเที่ยวด้วย ซึ่งเป็นประโยชน์เมื่อบริษัทระบุชื่อผู้ที่จะดูแลกลุ่มของคุณในประเทศไทย

ข้อควรระวังสำหรับทริปต่างประเทศ ใบอนุญาตนำเที่ยวของไทยครอบคลุมบริษัทที่เปิดให้บริการในประเทศไทย ส่วนไกด์และคนขับในประเทศปลายทางอยู่ภายใต้กฎของประเทศนั้น จึงควรถามบริษัทด้วยว่าผู้ให้บริการปลายทางเป็นผู้ที่ได้รับอนุญาตตามกฎของประเทศนั้นหรือไม่ และบริษัทเลือกผู้ให้บริการปลายทางจากเกณฑ์อะไร

ข้อที่ 2 ความชัดเจนของโปรแกรมและสิ่งที่รวมกับไม่รวม

โปรแกรมของทัวร์ส่วนตัวควรอ่านแล้วตอบได้ว่าแต่ละวันทำอะไร เริ่มและจบกี่โมงโดยประมาณ ใช้รถกี่คัน ใครเป็นผู้ดูแล และมื้ออาหารมื้อใดอยู่ในโปรแกรม การเขียนว่า “เที่ยวชมเมืองอย่างเต็มอิ่ม” โดยไม่ระบุสถานที่ไม่ใช่โปรแกรม แต่เป็นข้อความโฆษณา

ส่วนที่ผู้เดินทางมักมองข้ามคือรายการสิ่งที่ไม่รวมในโปรแกรม ควรถามให้ครบว่า บัตรเข้าสถานที่รวมอยู่ในโปรแกรมหรือไม่ มื้ออาหารมื้อไหนที่ผู้เดินทางต้องจัดการเอง กิจกรรมเสริมบางอย่าง เช่น การเล่นสกี หรือเครื่องเล่นพิเศษ รวมอยู่หรือไม่ และการดูแลหรือบริการของผู้ขับรถและไกด์ในแต่ละวันครอบคลุมช่วงเวลาถึงกี่โมง บริษัทที่มั่นใจในโปรแกรมของตนจะระบุข้อเหล่านี้ไว้แยกหัวข้อ ตัวอย่างการเขียนโปรแกรมรายวันพร้อมแยกสิ่งที่รวมและไม่รวมดูได้ที่ ทริปตัวอย่างโซล เอเวอร์แลนด์ เกาะนามิ 4 วัน 3 คืน

อีกเรื่องที่ควรสังเกตคือบริษัทถามอะไรกลับมา บริษัทที่ออกแบบทริปครอบครัวได้ดีจะถามอายุเด็กแต่ละคน ความต้องการคาร์ซีท สถานะตั๋วเครื่องบิน และข้อจำกัดด้านสุขภาพหรือการเดินของสมาชิก ก่อนจะเสนอโปรแกรม หากบริษัทเสนอโปรแกรมทันทีโดยไม่ถามเรื่องเหล่านี้ ควรสอบถามว่าโปรแกรมนั้นออกแบบจากข้อมูลใดของกลุ่มคุณ ข้อมูลที่บริษัทควรถามมีอธิบายครบในบทความ จัดทริปส่วนตัว เริ่มจากตอบ 7 คำถาม

ข้อที่ 3 ใครรับผิดชอบเมื่อแผนเปลี่ยน

ในทริปจริง แผนเปลี่ยนได้เสมอ ตัวอย่างสถานการณ์สมมติ เช่น เที่ยวบินขาไปเลื่อนทำให้มาถึงช้ากว่ากำหนดหลายชั่วโมง สถานที่ที่วางไว้ในวันที่สองปิดปรับปรุงโดยไม่แจ้งล่วงหน้า หรือเด็กมีไข้ในเช้าวันที่ต้องเดินทางข้ามเมือง ความต่างระหว่างทัวร์ส่วนตัวที่จัดอย่างเป็นระบบกับการจองแยกชิ้นเองคือ เมื่อเหตุการณ์ทำนองนี้เกิดขึ้น มีผู้ที่ทราบทั้งโปรแกรมและการจองทั้งหมดและตัดสินใจแทนได้

คำถามที่ควรถามบริษัทก่อนยืนยันมีสี่ข้อ ข้อแรก ใครคือผู้ติดต่อหลักตลอดทริป และติดต่ออย่างไรเมื่ออยู่ต่างประเทศ ข้อสอง เมื่อเที่ยวบินเปลี่ยนหรือเลื่อน บริษัทเป็นผู้ประสานรถรับส่งและที่พักให้ใหม่หรือไม่ ข้อสาม เมื่อต้องเปลี่ยนโปรแกรมระหว่างทาง ใครเป็นผู้ตัดสินใจและแจ้งอย่างไร ข้อสี่ ทริปมีประกันการเดินทางรวมอยู่หรือไม่ และครอบคลุมเรื่องใดบ้าง บริษัทควรตอบสี่ข้อนี้ได้ชัดและเป็นลายลักษณ์อักษร ถ้าคำตอบกว้างจนไม่ระบุว่าใครทำอะไร ควรถามต่อให้ชัดก่อนตัดสินใจ

เงื่อนไขการเปลี่ยนแปลงและยกเลิกโปรแกรมเป็นอีกส่วนที่ควรอ่านและสอบถามให้เข้าใจก่อนยืนยัน ไม่ใช่เพราะคาดว่าจะต้องใช้ แต่เพราะการรู้ล่วงหน้าทำให้ผู้เดินทางตัดสินใจได้โดยไม่ต้องหาข้อมูลเพิ่มเมื่อเกิดเหตุจริง

ข้อที่ 4 ใครดูแลกลุ่มที่ปลายทาง

ทัวร์ส่วนตัวมีรูปแบบการดูแลหลายแบบ ควรถามให้ชัดว่าทริปของคุณเป็นแบบใด ไกด์ขับรถนำเที่ยวคือผู้ดูแลหนึ่งคนทำหน้าที่ทั้งขับและนำเที่ยว รถพร้อมคนขับและไกด์คือแยกเป็นสองคน และอาจมีหัวหน้าทัวร์เดินทางไปพร้อมกันจากประเทศไทยหรือไม่ก็ได้ บริษัทควรบอกได้ว่ากลุ่มของคุณได้รูปแบบใด และเหตุผลที่แนะนำรูปแบบนั้นสำหรับสมาชิกกลุ่มนี้

นอกจากรูปแบบ ควรถามถึงตัวบุคคลด้วย ผู้ดูแลมีประสบการณ์กับครอบครัวที่มีเด็กเล็กหรือผู้สูงอายุหรือไม่ ใช้ภาษาใดสื่อสารกับกลุ่ม ภาษาของผู้ขับและไกด์ในประเทศปลายทางเป็นอย่างไร และถ้าผู้ดูแลหลักป่วยหรือติดขัด บริษัทมีผู้ทดแทนหรือไม่

สำหรับครอบครัวที่มีเด็ก ข้อควรสอบถามเพิ่มคือรถที่ใช้รองรับคาร์ซีทหรือไม่ และบริษัทมีวิธีจัดการอย่างไรเมื่อกฎของประเทศปลายทางกำหนดให้เด็กใช้ที่นั่งนิรภัย เรื่องนี้อธิบายไว้ในบทความ คาร์ซีทเด็กต่างประเทศ ผู้ปกครองควรรู้อะไร

ข้อที่ 5 เอกสารและการสื่อสารก่อนออกเดินทาง

ก่อนวันเดินทาง ผู้เดินทางควรได้รับเอกสารที่เป็นลายลักษณ์อักษรอย่างน้อยสามชุด ชุดแรกคือโปรแกรมรายวันฉบับสุดท้ายที่ระบุสถานที่ ลำดับ และเวลาโดยประมาณ ชุดที่สองคือรายการที่พักที่ยืนยันแล้วพร้อมที่อยู่ ชุดที่สามคือข้อมูลติดต่อของผู้ดูแลและผู้ประสานงานระหว่างทาง รวมทั้งช่องทางติดต่อบริษัทที่ใช้ได้เมื่ออยู่ต่างประเทศ

บริษัทที่ดีไม่ผลักภาระเรื่องเอกสารการเดินทางไปให้ผู้เดินทางโดยไม่บอก เช่น การเข้าเมือง วีซ่า และเงื่อนไขของสายการบิน ควรบอกอย่างน้อยว่าเรื่องใดเป็นความรับผิดชอบของผู้เดินทางเอง และเรื่องใดที่บริษัทช่วยตรวจให้ เพราะเงื่อนไขเหล่านี้เปลี่ยนตามประเทศและช่วงเวลา และผู้เดินทางต้องตรวจสอบกับแหล่งทางการของประเทศปลายทางก่อนออกเดินทางเสมอ

วิธีที่บริษัทสื่อสารระหว่างขั้นตอนขอข้อเสนอก็เป็นข้อมูลเช่นกัน ให้สังเกตว่าคำตอบมีรายละเอียดเฉพาะของกลุ่มคุณหรือเป็นข้อความทั่วไปที่ใช้กับทุกกลุ่ม และเมื่อบริษัทไม่ทราบคำตอบ บริษัทบอกตามจริงว่าต้องตรวจก่อนหรือตอบคลุมเครือ

ตารางสรุปเช็กลิสต์ก่อนตัดสินใจ

เรื่องที่ตรวจสิ่งที่ควรเห็นสัญญาณที่ควรสอบถามเพิ่ม
ใบอนุญาตนำเที่ยวเลขที่ใบอนุญาตและชื่อนิติบุคคลที่ตรวจสอบกับกรมการท่องเที่ยวได้ไม่มีเลขที่ใบอนุญาต หรือชื่อไม่ตรงกับชื่อในเอกสารการจอง
ความชัดเจนของโปรแกรมโปรแกรมรายวัน ระบุสถานที่และสิ่งที่รวมกับไม่รวมแยกหัวข้อเขียนกว้างจนไม่รู้ว่าวันนั้นไปที่ใด หรือไม่ระบุสิ่งที่ไม่รวม
การออกแบบตามกลุ่มถามอายุเด็ก คาร์ซีท ข้อจำกัดของสมาชิก ก่อนเสนอโปรแกรมเสนอโปรแกรมทันทีโดยไม่ถามข้อมูลของกลุ่ม
ผู้รับผิดชอบเมื่อแผนเปลี่ยนระบุผู้ติดต่อหลักและขั้นตอนเมื่อเที่ยวบินหรือสถานที่เปลี่ยนคำตอบกว้างที่ไม่บอกว่าใครทำอะไร
ผู้ดูแลที่ปลายทางบอกรูปแบบการดูแลและเหตุผลที่แนะนำ มีแผนสำรองไม่ระบุว่าใครดูแลกลุ่ม หรือไม่มีแผนเมื่อผู้ดูแลหลักติดขัด
เอกสารก่อนเดินทางโปรแกรมฉบับสุดท้าย รายการที่พัก ข้อมูลติดต่อระหว่างทางไม่มีเอกสารเป็นลายลักษณ์อักษรก่อนวันเดินทาง

ไม่จำเป็นต้องได้ครบทุกข้อในครั้งแรกที่ติดต่อ บริษัทอาจขอเวลาตรวจสอบบางข้อ ซึ่งเป็นเรื่องปกติ สิ่งที่ควรสังเกตคือบริษัทตอบข้อใดได้ทันที ข้อใดขอตรวจสอบแล้วกลับมาตอบ และข้อใดที่ไม่ตอบเลย

We Go Round Travel เป็นบริษัททัวร์ที่เน้นครอบครัวและเด็ก ใบอนุญาตนำเที่ยว TAT No. 11/10587 ผู้สนใจตรวจสอบข้อมูลนี้ได้ตามวิธีในข้อที่ 1 ของบทความนี้ มีบริการทริปส่วนตัวที่ออกแบบให้ตรงกับครอบครัว ปรับสถานที่ วัน และโรงแรมได้ ติดต่อได้ที่ LINE @wegoroundtravel โทร 094 492 9264 หรืออีเมล we@wegoroundtravel.com

คำถามที่พบบ่อย

ใบอนุญาตนำเที่ยวคืออะไร และใครเป็นผู้ออกให้

ใบอนุญาตนำเที่ยวคือหลักฐานว่าบริษัทได้รับอนุญาตให้ประกอบธุรกิจนำเที่ยวตามกฎหมายไทย ออกโดยหน่วยงานที่ดูแลธุรกิจนำเที่ยวและมัคคุเทศก์ คือกรมการท่องเที่ยว กระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา ตามพระราชบัญญัติธุรกิจนำเที่ยวและมัคคุเทศก์ พ.ศ. 2551

ถ้าค้นชื่อบริษัทในระบบตรวจสอบไม่พบ ควรทำอย่างไร

ขอให้บริษัทแจ้งเลขที่ใบอนุญาตและชื่อนิติบุคคลที่ระบุในใบอนุญาตอีกครั้ง เพราะชื่อทางการค้าที่ใช้ในการตลาดอาจต่างจากชื่อนิติบุคคล หากยังไม่พบหรือข้อมูลไม่ตรง ให้สอบถามกรมการท่องเที่ยวโดยตรงก่อนตัดสินใจ

ควรขอโปรแกรมเป็นลายลักษณ์อักษรก่อนยืนยันหรือไม่

ควร โปรแกรมที่เป็นลายลักษณ์อักษรเป็นฐานที่ใช้ทบทวนสิ่งที่ตกลงกันไว้ และช่วยให้สมาชิกในครอบครัวทุกคนเห็นภาพเดียวกัน โปรแกรมควรระบุสถานที่ ลำดับของวัน สิ่งที่รวมและไม่รวม และรูปแบบการดูแลของทริป

ไกด์ที่ดูแลกลุ่มต้องมีใบอนุญาตด้วยหรือไม่

ในประเทศไทย มัคคุเทศก์และผู้นำเที่ยวมีระบบใบอนุญาตของตนเอง และตรวจสอบได้ในบริการเดียวกับธุรกิจนำเที่ยวของกรมการท่องเที่ยว ส่วนไกด์ในต่างประเทศอยู่ภายใต้กฎของประเทศนั้น จึงควรถามบริษัทว่าไกด์ปลายทางผ่านเกณฑ์ตามกฎของประเทศที่เดินทางไปหรือไม่

Scroll to Top