คาร์ซีทเด็กต่างประเทศ ผู้ปกครองควรรู้อะไรก่อนเดินทางด้วยรถ
เกณฑ์คาร์ซีทเด็กของแต่ละประเทศใช้อายุ ส่วนสูง หรือทั้งสองอย่าง สรุปจากแหล่งทางการ พร้อมสิ่งที่ผู้ปกครองควรเตรียมก่อนเดินทาง

คาร์ซีทเด็กต่างประเทศไม่มีเกณฑ์กลางที่ใช้ได้ทุกประเทศ แต่ละประเทศกำหนดเองว่าจะใช้อายุ ส่วนสูง หรือทั้งสองอย่าง ญี่ปุ่นและเกาหลีใต้ใช้เกณฑ์เด็กอายุต่ำกว่า 6 ปี สหราชอาณาจักรใช้อายุ 12 ปีหรือส่วนสูง 135 เซนติเมตรแล้วแต่อย่างใดถึงก่อน ส่วนสิงคโปร์ใช้ส่วนสูง 1.35 เมตร ผู้ปกครองจึงควรมีอายุ ส่วนสูง และน้ำหนักล่าสุดของเด็กทุกคนก่อนเดินทาง และตรวจเกณฑ์ของประเทศปลายทางกับหน่วยงานของประเทศนั้นโดยตรง
คาร์ซีทเด็กต่างประเทศ ทำไมเกณฑ์จึงไม่เหมือนกันในแต่ละประเทศ
กฎเรื่องที่นั่งนิรภัยสำหรับเด็กออกโดยรัฐบาลของแต่ละประเทศ หรือรัฐบาลท้องถิ่นในบางประเทศ และแนวทางที่เลือกใช้แบ่งได้สามแบบ แบบแรกใช้อายุอย่างเดียว เช่น ญี่ปุ่นที่กำหนดเด็กอายุต่ำกว่า 6 ปี แบบที่สองใช้ส่วนสูงอย่างเดียว เช่น สิงคโปร์ที่กำหนดเด็กสูงต่ำกว่า 1.35 เมตร และแบบที่สามใช้ทั้งอายุและส่วนสูง โดยเด็กพ้นข้อบังคับเมื่อถึงเกณฑ์ใดเกณฑ์หนึ่ง เช่น สหราชอาณาจักรและฮ่องกง
ผลคือเด็กคนเดียวกันอาจต้องใช้ที่นั่งนิรภัยในประเทศหนึ่งแต่ไม่ต้องใช้ในอีกประเทศหนึ่ง เด็กอายุ 5 ปีที่สูงกว่าเพื่อนก็ยังต้องใช้ในญี่ปุ่นเพราะเกณฑ์ใช้อายุ ขณะที่เด็กอายุ 7 ปีที่สูงถึง 135 เซนติเมตรพ้นข้อบังคับของสหราชอาณาจักรแล้ว เกณฑ์ในประเทศไทยหรือประเทศที่คุ้นเคยจึงใช้แทนกันไม่ได้ และกฎอาจเปลี่ยนเมื่อมีกฎหมายฉบับใหม่ ตัวอย่างล่าสุดคือฮ่องกงที่เริ่มบังคับในรถยนต์ส่วนบุคคลตั้งแต่ 1 พฤศจิกายน 2568
ตารางสรุปเกณฑ์ที่ตรวจจากแหล่งทางการ
ตารางนี้รวบรวมเฉพาะพื้นที่ที่ตรวจข้อความจากหน่วยงานของรัฐหรือเว็บทางการของประเทศนั้นได้ ข้อมูลตรวจเมื่อเดือนพฤศจิกายน 2569 และเป็นการสรุปด้วยถ้อยคำของเรา ไม่ใช่คำแปลทางกฎหมาย
| ประเทศหรือเขต | เกณฑ์ตามที่หน่วยงานระบุ | ข้อควรสังเกต | แหล่งที่ตรวจ |
|---|---|---|---|
| ญี่ปุ่น | ผู้ขับขี่ห้ามขับรถโดยมีเด็กอายุต่ำกว่า 6 ปีที่ไม่ได้ใช้ที่นั่งนิรภัย | มีข้อยกเว้นกรณีเด็กป่วยจนการใช้อุปกรณ์ไม่เหมาะทางการแพทย์ หรือมีเหตุจำเป็นตามที่ระเบียบกำหนด เด็ก 6 ปีขึ้นไปที่ตัวเล็กจนเข็มขัดคาดไม่พอดีควรใช้ที่นั่งนิรภัยเด็ก | สำนักงานตำรวจแห่งชาติญี่ปุ่น |
| เกาหลีใต้ | เด็กอายุต่ำกว่า 6 ปีต้องติดตั้งอุปกรณ์ป้องกันสำหรับเด็กก่อน แล้วจึงคาดเข็มขัดนิรภัย | เว็บกฎหมายสำหรับประชาชนแนะนำให้เด็กอายุ 6 ถึง 13 ปีใช้อุปกรณ์ด้วย และให้เด็กอายุไม่เกิน 13 ปีนั่งเบาะหลัง แต่ส่วนนี้เป็นข้อแนะนำ ไม่ใช่ข้อบังคับ | ศูนย์ข้อมูลกฎหมายสำหรับประชาชน (easylaw.go.kr) ข้อมูล ณ 15 ตุลาคม 2569 |
| สหราชอาณาจักร | ใช้ที่นั่งนิรภัยจนกว่าเด็กอายุ 12 ปีหรือสูง 135 เซนติเมตร แล้วแต่อย่างใดถึงก่อน | ที่นั่งแบบอิงส่วนสูง (R129) ต้องหันหลังจนเด็กอายุเกิน 15 เดือน ที่นั่งที่รับรองต้องมีป้ายตัว E ในวงกลมพร้อม R44 หรือ R129 | GOV.UK |
| สิงคโปร์ | ผู้ขับขี่ต้องรัดตรึงเด็กที่สูงต่ำกว่า 1.35 เมตรด้วยอุปกรณ์สำหรับเด็กที่ได้รับอนุมัติ | ตั้งแต่ 13 มิถุนายน 2568 มาตรฐาน ECE R129 ได้รับการรับรองเพิ่ม และมาตรฐานเก่าบางฉบับจะหมดสถานะใช้ได้ตั้งแต่ 1 มกราคม 2574 | ตำรวจสิงคโปร์ (Singapore Police Force) |
| ฮ่องกง | เด็กอายุต่ำกว่า 8 ปีที่สูงไม่ถึง 1.35 เมตรต้องใช้อุปกรณ์สำหรับเด็กในรถยนต์ส่วนบุคคล ทั้งเบาะหน้าและเบาะหลัง | เด็กอายุ 8 ปีขึ้นไป หรือสูงถึง 1.35 เมตร ใช้ได้ทั้งอุปกรณ์สำหรับเด็กหรือเข็มขัดผู้ใหญ่ เริ่มใช้ 1 พฤศจิกายน 2568 ประกาศระบุขอบเขตที่รถยนต์ส่วนบุคคล | รัฐบาลฮ่องกง (info.gov.hk) |
ประเทศและเขตที่ไม่อยู่ในตารางไม่ได้แปลว่าไม่มีกฎ เพียงแต่ตรวจจากหน่วยงานของประเทศนั้นโดยตรงได้ไม่ครบ เช่น ในออสเตรเลียและสหรัฐอเมริกาที่กฎกำหนดเป็นรายรัฐ ในยุโรปที่กำหนดเป็นรายประเทศ และในเวียดนามที่องค์การอนามัยโลกรายงานว่ากฎใหม่เรื่องที่นั่งนิรภัยเด็กในรถยนต์มีผลตั้งแต่ 1 มกราคม 2569 วิธีที่ปลอดภัยคือตรวจกับกระทรวงคมนาคม ตำรวจจราจร หรือหน่วยงานด้านความปลอดภัยทางถนนของประเทศปลายทางก่อนออกเดินทาง
ช่วงวัยกับชนิดที่นั่ง หลักความปลอดภัยที่ใช้ได้ทุกประเทศ
กฎหมายกำหนดขั้นต่ำ แต่คำแนะนำด้านความปลอดภัยของแพทย์เด็กบางข้อเข้มกว่ากฎหมายของหลายประเทศ สมาคมกุมารแพทย์แห่งสหรัฐอเมริกา (AAP) ให้แนวทางตามช่วงวัยดังนี้ ซึ่งเป็นข้อแนะนำ ไม่ใช่กฎหมายของประเทศปลายทาง
- ที่นั่งหันหลัง ใช้ตั้งแต่ทารกและคงไว้จนเด็กถึงน้ำหนักหรือส่วนสูงสูงสุดที่ที่นั่งรุ่นนั้นรองรับ ที่นั่งแบบปรับเปลี่ยนได้หลายรุ่นรองรับการหันหลังได้ถึงอายุสองปีขึ้นไป
- ที่นั่งหันหน้าพร้อมสายรัด ใช้เมื่อเด็กโตเกินขีดจำกัดของที่นั่งหันหลัง และ AAP แนะนำให้ใช้สายรัดนานเท่าที่ที่นั่งรองรับ โดยตั้งเป้าอย่างน้อยอายุ 4 ปี พร้อมต่อสายยึดด้านบนทุกครั้งที่ทำได้
- ที่นั่งเสริม (booster) ใช้เมื่อโตเกินสายรัด จนกว่าเข็มขัดผู้ใหญ่จะพอดีกับตัว ซึ่ง AAP ระบุว่าเด็กส่วนมากถึงจุดนี้เมื่อสูงประมาณ 145 เซนติเมตรและอายุราว 8 ถึง 12 ปี
- เด็กอายุต่ำกว่า 13 ปีควรนั่งเบาะหลัง และไม่ควรวางที่นั่งหันหลังไว้หน้าถุงลมนิรภัยที่ยังทำงานอยู่
การตรวจว่าเข็มขัดพอดีใช้สามข้อ สายสะพายพาดกลางอกและไหล่ ไม่ชิดลำคอ สายคาดเอวอยู่ต่ำที่ต้นขาส่วนบน ไม่อยู่ที่ท้อง และเด็กพิงพนักได้เต็มหลังโดยเข่างอพ้นขอบเบาะตลอดการเดินทางโดยไม่นั่งทรุด หากข้อใดไม่ผ่าน เด็กยังควรใช้ที่นั่งเสริม แม้กฎหมายของประเทศนั้นจะไม่บังคับแล้ว
ป้ายมาตรฐานและที่นั่งที่นำไปจากไทย
ที่นั่งนิรภัยต้องผ่านมาตรฐานที่ประเทศปลายทางยอมรับ สหราชอาณาจักรระบุว่าที่นั่งที่ใช้ได้ต้องมีป้ายตัว E ในวงกลมพร้อมรหัส R44 หรือ R129 ส่วนสิงคโปร์เพิ่งเพิ่ม ECE R129 เข้าในรายการมาตรฐานที่รับรองเมื่อกลางปี 2568 ก่อนนำที่นั่งจากไทยไปใช้ จึงควรอ่านป้ายรับรองที่ตัวที่นั่งว่าเป็นมาตรฐานใด แล้วตรวจกับหน่วยงานของประเทศปลายทางว่ายอมรับหรือไม่ อีกข้อคือที่นั่งแบบหันหลังที่ติดตั้งบนเบาะหน้า สหราชอาณาจักรกำหนดให้ปิดถุงลมนิรภัยด้านหน้าก่อน
แท็กซี่ รถบริการ และรถที่ไม่ใช่รถส่วนตัว
หลายประเทศมีข้อยกเว้นสำหรับยานพาหนะบางประเภท แต่ขอบเขตต่างกัน อย่าสันนิษฐานว่าแท็กซี่ได้รับยกเว้นในทุกประเทศ สหราชอาณาจักรอนุญาตให้เด็กนั่งเบาะหลังโดยไม่ใช้ที่นั่งนิรภัยได้ในแท็กซี่หรือรถรับจ้างที่คนขับไม่ได้จัดที่นั่งที่เหมาะสมให้ โดยเด็กอายุ 3 ปีขึ้นไปต้องคาดเข็มขัดผู้ใหญ่ แต่ข้อยกเว้นนี้เป็นการผ่อนปรนทางกฎหมาย ไม่ได้แปลว่าความเสี่ยงลดลง ส่วนประกาศของฮ่องกงระบุขอบเขตที่รถยนต์ส่วนบุคคล ผู้ปกครองจึงต้องดูขอบเขตของกฎในแต่ละประเทศ แทนที่จะใช้ข้อยกเว้นของที่หนึ่งกับอีกที่หนึ่ง
ทริปที่ใช้รถนำเที่ยวตลอดเส้นทางจึงควรกำหนดเรื่องที่นั่งนิรภัยตั้งแต่ขั้นวางแผน ไม่ใช่รอถึงวันที่รถมารับ เพราะที่นั่งแต่ละชนิดเหมาะกับช่วงน้ำหนักและส่วนสูงที่ต่างกัน
เสื้อกันหนาวกับสายรัดของที่นั่ง
เมื่อไปประเทศที่อากาศหนาว AAP เตือนว่าไม่ควรให้เด็กสวมเสื้อโค้ตหนาวหรือชุดกันหนาวตัวหนาใต้สายรัด เพราะในการชน ส่วนที่เป็นฟูจะยุบตัว ทำให้สายรัดหลวมและเด็กอาจหลุดจากสายได้ ให้สวมเสื้อชั้นบางหลายชั้น แล้วคลุมผ้าห่มหรือสวมเสื้อโค้ตกลับด้านทับสายรัดหลังคาดเรียบร้อย วิธีตรวจคือลองบีบสายรัดที่ไหล่ หากบีบเป็นริ้วได้แสดงว่ายังหลวม เรื่องการแต่งตัวเด็กในอากาศหนาวมีรายละเอียดเพิ่มในบทความเที่ยวญี่ปุ่นหน้าหนาวกับเด็ก
สิ่งที่ควรเตรียมก่อนส่งข้อมูลทริป
แบบฟอร์มขอใบเสนอราคาส่วนตัวของเรามีคำถามเรื่องคาร์ซีท การแจ้งความต้องการคาร์ซีทพร้อมอายุเด็กตั้งแต่ตอนขอใบเสนอราคาช่วยให้การวางแผนเรื่องรถสอดคล้องกับเกณฑ์ของประเทศที่จะไป ข้อมูลที่ควรเตรียมมีดังนี้
- อายุ ส่วนสูง และน้ำหนักล่าสุดของเด็กทุกคน เพราะบางประเทศใช้อายุ บางประเทศใช้ส่วนสูง
- ประเทศและเมืองที่จะเดินทาง เพื่อตรวจเกณฑ์ของประเทศนั้น
- เด็กมีข้อจำกัดทางการแพทย์ที่ทำให้การใช้ที่นั่งนิรภัยแบบทั่วไปไม่เหมาะหรือไม่ เพราะบางประเทศมีข้อยกเว้นเฉพาะกรณีนี้ และควรปรึกษากุมารแพทย์
- มีที่นั่งของตัวเองที่ใช้งานอยู่แล้วหรือไม่ และเป็นมาตรฐานรับรองแบบใด
รายการข้อมูลทั้งชุดที่ควรเตรียมก่อนขอใบเสนอราคาอยู่ในบทความจัดทริปส่วนตัวเริ่มจากตอบ 7 คำถาม สำหรับผู้ที่สนใจทริปส่วนตัว ติดต่อได้ทาง LINE @wegoroundtravel โทร 094 492 9264 หรืออีเมล we@wegoroundtravel.com
คำถามที่พบบ่อย
เด็กอายุเท่าไรจึงไม่ต้องใช้คาร์ซีทที่ญี่ปุ่น
กฎของญี่ปุ่นกำหนดให้ใช้ที่นั่งนิรภัยกับเด็กอายุต่ำกว่า 6 ปี เกณฑ์นี้ใช้อายุ ไม่ได้ดูส่วนสูง เด็กอายุ 6 ปีขึ้นไปที่ตัวเล็กจนเข็มขัดผู้ใหญ่คาดไม่พอดี สำนักงานตำรวจแห่งชาติแนะนำให้ใช้ที่นั่งนิรภัยเด็กต่อ ดูภาพรวมการเดินทางกับเด็กที่ญี่ปุ่นได้ในบทความเที่ยวญี่ปุ่นกับเด็กเล็ก
อุ้มทารกไว้บนตักในรถได้หรือไม่
ไม่แนะนำ และในหลายประเทศไม่ใช่ทางเลือกตามกฎหมาย ญี่ปุ่นและเกาหลีใต้กำหนดให้เด็กอายุต่ำกว่า 6 ปีใช้ที่นั่งนิรภัย สหราชอาณาจักรระบุว่าในกรณีส่วนใหญ่เด็กอายุต่ำกว่า 3 ปีต้องใช้ที่นั่งนิรภัยเสมอ ข้อยกเว้นที่ญี่ปุ่นมีเฉพาะกรณีเด็กป่วยหรือเหตุจำเป็นตามระเบียบ
ใช้คาร์ซีทที่ซื้อจากไทยในต่างประเทศได้หรือไม่
ได้ก็ต่อเมื่อที่นั่งมีป้ายรับรองมาตรฐานที่ประเทศปลายทางยอมรับ เช่น สหราชอาณาจักรระบุป้าย E ในวงกลมพร้อม R44 หรือ R129 และสิงคโปร์ยอมรับ ECE R129 ให้อ่านป้ายที่ตัวที่นั่งก่อนเดินทาง และตรวจกับหน่วยงานของประเทศปลายทางอีกครั้ง
เด็กสูงแต่อายุยังน้อย ต้องใช้เกณฑ์ไหน
ให้ใช้เกณฑ์ของประเทศที่เดินทางไป ในญี่ปุ่น เด็กอายุต่ำกว่า 6 ปีต้องใช้ที่นั่งนิรภัยแม้ตัวสูง ในสหราชอาณาจักรและฮ่องกง เด็กพ้นข้อบังคับเมื่อถึงเกณฑ์อายุหรือส่วนสูงข้อใดข้อหนึ่ง ในสิงคโปร์ใช้ส่วนสูง 1.35 เมตรเป็นเกณฑ์
ควรแจ้งอะไรเรื่องคาร์ซีทเมื่อขอใบเสนอราคาส่วนตัว
ควรแจ้งอายุ ส่วนสูง และน้ำหนักของเด็กทุกคน ประเทศปลายทาง และแจ้งว่าเด็กมีที่นั่งของตัวเองหรือไม่ ข้อมูลเหล่านี้ช่วยให้การวางแผนเรื่องรถสอดคล้องกับเกณฑ์ของประเทศที่จะไป
บทความที่เกี่ยวข้อง



